โทร ! 095-9268841|Line ID:@sk88
โทร ! 095-9268841|Line ID:@sk88

คาร์ซีท

/คาร์ซีท
คาร์ซีท 2018-05-31T15:39:28+00:00
คาร์ซีท

เมื่อคุณพ่อคุณแม่มีลูกตัวน้อยๆ  แล้วก็มักจะเดินทางกันโดยรถยนต์เพื่อความสะดวกสบายแต่ทราบกันไหมคะว่าการอุ้มเด็กแรกเกิดไว้แนบอก ให้เด็กนั่งตัก หรือให้เด็กเล็กนั่งเบาะปกติเดี่ยว ๆ นั้นเป็นสิ่งที่อันตรายอย่างยิ่ง เพราะหากเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดเมื่อไร ลูกรักของคุณจะมีโอกาสบาดเจ็บสูงกว่าผู้ใหญ่มากๆ  ดังนั้นจะดีกว่าไหมหากเราให้ลูกนั่งคาร์ซีทหรือเบาะนั่งนิรภัยเพื่อช่วยลดระดับความรุนแรงจากอุบัติเหตุและลดอาการบาดเจ็บทางร่างกายของลูกคุณ

เพราะไลฟ์สไตล์ของพ่อแม่มือใหม่ในปัจจุบัน มีการเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น อุปกรณ์เสริมอย่างรถเข็นเด็ก หรือแม้กระทั่งคาร์ซีทติดเบาะรถยนต์สำหรับเด็ก จึงกลายเป็นของใช้จำเป็นที่พ่อแม่ส่วนใหญ่ตัดสินใจเลือกซื้อ

จากสถิติในสหรัฐอเมริกา การใช้คาร์ซีทอย่างถูกวิธีจะช่วยลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตของทารกอายุต่ำกว่า 1 ขวบจากอุบัติเหตุในรถยนต์ได้ถึง 71% และลดความเสี่ยงเสียชีวิตสำหรับเด็ก 1-4 ขวบลดได้ถึง 54% เมื่อตัดสินใจได้ว่าการให้ลูกได้นั่งคาร์ซีทจะลดความเสี่ยงและมีความปลอดภัยเมื่อพาลูกน้อยเดินทางแล้ว แต่สิ่งที่ยังเป็นปัญหาสำหรับคุณพ่อคุณแม่คือการตัดสินใจเลือกซื้อคาร์ซีทแบบไหนดี นอกจากรูปลักษณ์ รูปทรง ที่ตอบโจทย์การรองรับสรีระของลูกน้อยแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงคือการได้รับมาตรฐานและผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัยมาเป็นอย่างดี

อุบัติเหตุทางรถยนต์สามารถจะเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่อยากจะพาลูกๆ ออกนอกบ้าน ควรต้องฝึกให้ลูกนั่งคาร์ซีทตั้งแต่อายุน้อย ไม่ว่าจะระยะทางจะใกล้หรือไกล ก็ควรจะฝึกให้เด็กๆ นั่งให้ชิน เนื่องจากคาร์ซีทถูกออกแบบมาให้รองรับแรงกระแทกได้บางส่วนแทนเด็ก ทั้งด้านข้างลำตัวและศีรษะเด็ก จึงมีความปลอดภัยสูงกว่ารัดเข็มขัดนิรภัยรถมาก  คาร์ซีทแต่ละรุ่นจะเหมาะกับเด็กแต่ละช่วงวัย ก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อคาร์ซีทสำหรับเด็ก

คาร์ซีท

คาร์ซีท (Car Seat) เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็กในยุคปัจจุบัน เพื่อปกป้องลูกน้อยตลอดการเดินทางหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น และช่วยลดระดับความรุนแรงจากอุบัติเหตุ และลดการบาดเจ็บของร่างกายของลูกน้อยได้ เมื่อติดตั้งคาร์ซีทอย่างถูกวิธี แต่เชื่อว่าหลายคนอาจยังมีความเข้าใจผิดในการใช้งาน คาร์ซีท อยู่ไม่น้อย วันนี้เลยจะมาทำความเข้าใจให้ถูกต้องกัน

1 หัน Car Seat ออกไปข้างหน้า ตามปกติพ่อแม่มักจะติดตั้งคาร์ซีทหันไปด้านหน้ารถ หรือ Forward Facing เหมือนปกติที่ทุกคนในรถจะนั่งกัน แต่หากเกิดอุบัติเหตุ แรงปะทะจะทำให้สายรัดของคาร์ซีทรัดที่คอเด็กได้ อีกทั้งส่งผลไปยังกระดูกต้นคอ และเส้นประสาทไขสันหลังอีกด้วย เนื่องจากกระดูกคอและหลังของเด็กยังไม่แข็งแรงพอที่จะรองรับกับแรงกระชากหรือแรงปะทะ ดังนั้น วิธีนั่งที่ถูกวิธี ก็คือการตั้งคาร์ซีทหันไปทางเบาะหลังของยานพาหนะ หรือ (Rear-Facing) เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุจะช่วยลดแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นแรงกระแทกจากศีรษะ ต้นคอ กระดูกสันหลัง รวมไปถึงอวัยวะส่วนสำคัญของร่างกาย และควรให้เด็กนั่งในวิธีนี้จนถึงอายุ 2 ขวบ

2 คาดสายรัดหลวมหรือพลิกกลับด้าน การคาดสายรัดคาร์ซีทที่หลวมจนเกินไป หรือปล่อยให้สายพลิกกลับด้าน อาจจะทำให้ตัวเด็กหลุดออกจากเบาะที่นั่งได้ วิธีคาดสายรัดที่ถูกวิธี ควรจัดสายรัดให้เรียบไปกับตัวเด็กอย่าให้สายผลิกกลับด้าน และปรับสายให้กระชับกับตัวเด็ก ถ้ายังหยิบสายรัดขึ้นด้วยนิ้วโป้งกับนิ้วชี้เป็นจีบขึ้นมาได้ แสดงว่าสายรัดยังหลวมเกินไป

3 คลิปล็อคสายอยู่ในตำแหน่งต่ำ ไม่ควรให้ตัวล็อคหรือคลิปของสายรัด อยู่ต่ำจนเกินไปหรือผิดตำแหน่งที่คู่มือได้แจ้งไว้ เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุอาจทำให้ตัวเด็กหลุดออกจากเบาะที่นั่ง รวมไปถึงอาจได้รับบาดเจ็บในส่วนอื่นๆ ของร่างกายด้วยวิธีติดคลิปหรือตัวล็อคที่ถูกวิธี ควรติดตั้งคลิปหรือตัวล็อคให้อยู่สูงระดับเดียวกับรักแร้ของเด็ก หรืออยู่ตรงกลางหน้าอกของเด็ก เพราะเป็นตำแหน่งที่ถูกต้องที่สุด

4 สวมชุดคลุมเด็กหนาเกินไป ไม่ควรใส่เสื้อผ้าหรือมีอะไรปกคลุมหนามากจนเกินไป เพราะจะทำให้สายรัด และตัวล็อคคาร์ซีทไม่ได้ป้องกันร่างกายของเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิธีสวมใส่เสื้อผ้าที่ถูกต้อง ควรเลือกเสื้อผ้าที่พอดีกับตัว สวมใส่สบาย เพื่อให้สายรัดและตัวล็อคได้รัดกระชับกับตัวเด็กที่สุด

5 ใช้ Car Seat หมดอายุการใช้งาน โดยทั่วไปแล้วคาร์ซีทจะมีอายุ 6 ปีนับจากวันที่ผลิต และจะทำให้อุปกรณ์เริ่มเสื่อมสภาพ ไม่สามารถรับแรงกระแทกได้ดี เท่ากับคาร์ซีทใหม่ๆ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย คุณพ่อคุณแม่ควรจะเช็คดูวันที่ผลิตของคาร์ซีท และซื้อคาร์ซีทอันใหม่ให้กับลูกน้อยเพื่อความปลอดภัย

ดังนั้น คาร์ซีทจึงมีความปลอดภัยสำหรับเด็กเล็กเป็นอย่างมาก และยังมีหลายแบบหลายยี่ห้อ ที่เหมาะกับช่วงวัยของเด็ก การวางคาร์ซีทในตำแหน่งที่เหมาะสมกับที่นั่งในรถ ควรศึกษาจากคู่มือการใช้งานของรุ่นนั้นๆให้ละเอียด เพื่อจะได้ใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพและปกป้องลูกน้อยของคุณให้ปลอดภัยจากอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน

คาร์ซีท มีกี่ชนิดกี่แบบ แล้วแบบไหนถึงจะเหมาะกับลูกของคุณ เราแยกประเภทไว้ให้ดังนี้ค่ะ

Rearward-facing baby seat หรือคาร์ซีทแบบนั่งหันหน้าไปด้านหลังรถ

คาร์ซีทแบบนั่งหันหน้าไปด้านหลังรถเหมาะสำหรับเด็กแรกเกิดจนถึง 15 เดือนเนื่องจากเด็กในวัยนี้มีกระดูกคอและหลังที่ยังไม่แข็งแรงพอจะรองรับกับแรงกระชากหรือแรงปะทะ คาร์ซีทที่มีทิศทางการหันหน้าไปด้านหลังรถจะช่วยลดแรงกระแทกได้เป็นอย่างดีเมื่อรถเบรกหรือเกิดอุบัติเหตุ

Combination seat หรือคาร์ซีทแบบผสม นั่งหันได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลังรถ

คาร์ซีทแบบผสมเหมาะสำหรับเด็กแรกเกิดจนถึง 6 ปี เพราะเมื่อลูกเริ่มโตกระดูกคอและหลังเริ่มแข็งแรงก็สามารถนั่งคาร์ซีทที่หันหน้าไปด้านหน้ารถได้แล้ว คาร์ซีทแบบผสมอาจเรียกได้ว่าออกแบบมาเพื่อช่วยคุณพ่อคุณแม่ประหยัดงบ สามารถซื้อครั้งเดียวแล้วใช้ไปได้อีกหลายปี

Forward-facing child seat คาร์ซีทแบบนั่งหันหน้าไปด้านหน้ารถ

คาร์ซีทแบบนั่งหันหน้าไปด้านหน้ารถเหมาะสำหรับเด็กอายุ 9 เดือนจนถึง 11 ปี หากคุณดูรายการเด็กบ่อยๆ อาจเข้าใจว่าคาร์ซีทชนิดนี้เป็นแบบมาตรฐานที่ค่อนข้างพบเห็นได้ทั่วไปก็ได้

High-backed Booster Seat คาร์ซีทแบบมีพนักพิงด้านหลัง

คาร์ซีทแบบมีพนักพิงด้านหลังเหมาะสำหรับเด็กอายุ 4 – 12 ปีคาร์ซีทแบบนี้จะมีเบาะนั่งเสริมและมีพนักพิงด้านหลังช่วยให้เด็กโตรู้สึกนั่งสบายซึ่งเบาะประเภทนี้จะเป็นขั้นสุดท้ายของการใช้เบาะนั่งนิรภัยก่อนที่เด็กจะเข้าสู่ช่วงโตเต็มวัยและสามารถใช้เข็มขัดนิรภัยในรถยนต์ได้

ทั้งนี้นอกจากการแบ่งคาร์ซีทให้เหมาะสมสำหรับแต่ละช่วงอายุแล้ว ยังมีรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นการแบ่งตามน้ำหนักหรือส่วนสูงอีกด้วย ที่สำคัญกว่านั้นคือต้องใช้คาร์ซีทอย่างถูกวิธีด้วยนะคะ เพื่อให้ลูกรักปลอดภัยเต็มร้อยค่ะ

หมวดหมู่